เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เพื่อพัฒนาประสบการณ์และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้กับผู้ใช้ ท่านตกลงใช้คุกกี้เพื่อใช้งานเว็บไซต์นี้ต่อไปอ่านนโยบายการใช้งาน
ITEL ขยายอาณาจักรยิ่งใหญ่ในตลาด Health Tech รีแบรนด์ บริษัท โกลบอล ลิโธทริปซี่ย์ เซอร์วิสเซส จำกัด (Global Lithotripsy Services Company Limited) หรือ GLS เป็น บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เฮลธ์ เทคโนโลยี จำกัด (Interlink Health Technology Company Limited) หรือ IHT เพื่อขยายธุรกิจ พัฒนาเทคโนโลยีทางสาธารณสุขในประเทศไทย ยกระดับเทคโนโลยีทางการแพทย์และสุขภาพให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
บริษัทฯ เข้าซื้อกิจการบริษัท โกลบอล ลิโธทริปซี่ย์ เซอร์วิสเซส (GLS) มูลค่า 39.78 ล้านบาท เพื่อขยายสู่ธุรกิจ Health Technology ตามกลยุทธ์ New S-Curve โดย GLS มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น CT Scan, MRI Scan และ ESWL การเข้าซื้อครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสร้างโอกาสเติบโตให้กับ ITEL ในอนาคต
บริษัทฯ จับมือลงนามความร่วมมือกับ Edge Centres พันธมิตรดาต้า เซ็นเตอร์ ระดับโลกจากประเทศออสเตรเลีย เปิดตัวศูนย์สำรองข้อมูล หรือ Data Center
บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ โดยเป็นโครงการงาน “2022 OSP Frame Contract” ในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อสนับสนุนการขยายโครงข่าย Fiber Optic
บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์ New S-Curve ด้าน Big Data และ Security อาทิ Drone & Anti-drone, Social Data & Social Analytic, Security Analytics, Tele of Everything เพื่อสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกภาคส่วน พร้อมผลักดันให้ธุรกิจของ บริษัทฯเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต
บริษัทฯ ได้รับการต่ออายุใบรับรองมาตรฐานระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสำหรับสารสนเทศ (ISO/IEC 27001:2013)
ได้รับการรับรองการเป็นสมาชิกของแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) โดยคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (Collective Action Coalition Against Corruption หรือ CAC)
ศูนย์สำรองข้อมูล (Data Center) แห่งที่ 2 ภายได้บริษัท เจเนซิส ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มให้บริการ
ขยายพื้นที่ให้บริการครอบคลุม 75 จังหวัดทั่วประเทศไทย และจัดตั้งศูนย์ดูแลและซ่อมบำรุงทั้งสิ้น 38 ศูนย์
ขยายพื้นที่ให้บริการครอบคลุม 64 จังหวัดทั่วประเทศไทย และจัดตั้งศูนย์ดูแลและซ่อมบำรุงทั้งสิ้น 26 ศูนย์
ได้รับการยอมรับคุณภาพของศูนย์รับฝากข้อมูลจากหน่วยงาน ISO ภายใต้ ISO27001 ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสำคัญในการประกอบธุรกิจ
เปิดให้บริการโครงข่าย Interlink Fiber Optic โดยเน้นการให้บริการด้านคุณภาพ โดยมีบริการตั้งแต่ Interlink MPLS IP-VPN, Interlink Wavelength และ Interlink Dark Fiber
ได้รับอนุญาตให้มีสิทธิแห่งทางที่จะติดตั้งโครงข่ายใยแก้วนำแสงไปตลอดแนวเส้นทางรถไฟ เพื่อใช้ในการให้บริการ เป็นระยะเวลาครอบคลุม 30 ปี
ก่อตั้งและจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด ภายใต้การถือหุ้น 100% ของบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)โดยมีทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 30 ล้านบาท
ITEL ขยายอาณาจักรยิ่งใหญ่ในตลาด Health Tech รีแบรนด์ บริษัท โกลบอล ลิโธทริปซี่ย์ เซอร์วิสเซส จำกัด (Global Lithotripsy Services Company Limited) หรือ GLS เป็น บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เฮลธ์ เทคโนโลยี จำกัด (Interlink Health Technology Company Limited) หรือ IHT เพื่อขยายธุรกิจ พัฒนาเทคโนโลยีทางสาธารณสุขในประเทศไทย ยกระดับเทคโนโลยีทางการแพทย์และสุขภาพให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL ผู้นำด้านบริการโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกที่มีประสิทธิภาพ และเสถียรภาพสูงสุดครอบคลุมทั่วไทย ได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรประจำปี 2567 จาก “ทริสเรทติ้ง” (TRIS Rating) สถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำของประเทศไทย อยู่ที่ระดับ “BBB” พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิตแบบ “คงที่” (Stable) ซึ่งสะท้อนถึงให้เห็นถึงสถานะทางการเงินที่มั่นคง และความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างมีเสถียรภาพ ในฐานะผู้ให้บริการวงจรสื่อสารข้อมูลผ่านโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง ที่ได้รับความไว้วางใจทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง
บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL นำโดย นายสมบัติ อนันตรัมพร รองประธานกรรมการ และดร.ณัฐนัย อนันตรัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (เข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์) พร้อมด้วยคณะกรรมการบริษัท ร่วมจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ในรูปแบบ Hybrid Meeting ณ ห้องประชุมแกรนด์สุวรรณภูมิ ชั้น 7 อาคารอินเตอร์ลิ้งค์
โดยมีมติเห็นชอบทุกวาระการประชุม ไฟเขียวอนุมัติการออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 5 (ITEL-W5) และครั้งที่ 6 (ITEL-W6) โดยไม่คิดมูลค่าซึ่งจะจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ซึ่งจะกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิในวันที่ 16 พฤษภาคม 2568
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อรองรับการออกใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งสองชุด โดยเพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 694,464,899 บาท เป็น 1,006,974,103.00 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 5 (ITEL-W5) และการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 6 (ITEL-W6)
ITEL ผนึกกำลัง สทป. เปิดตัวบริษัทร่วมทุน “NDC” เสริมแกร่งเทคโนโลยีป้องกันประเทศ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL ผู้นำด้านโครงข่ายโทรคมนาคมและดิจิทัลโซลูชันครบวงจร และ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ได้จัดพิธีลงนาม “สัญญาร่วมทุนจัดตั้งบริษัท” ณ ห้องราชเสนีพิทักษ์ ชั้น 10 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (แจ้งวัฒนะ) เพื่อร่วมก่อตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ “บริษัท เนชันแนล ดีเฟนส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (NATIONAL DEFENSE CORPORATION LTD.)” หรือ NDC โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก พอพล มณีรินทร์ ประธานกรรมการ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) เป็นประธานในพิธีลงนาม โดยมีดร.ณัฐนัย อนันตรัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL และ พลเอก ดร. ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ร่วมลงนามฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริษัท โดยนายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการ พลเอกพรพิพัฒน์ เบญญศรี กรรมการ และนายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและบริษัทพันธมิตร เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน จุดมุ่งหมายสำคัญของการร่วมทุน มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อความมั่นคง และสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย โดยบริษัทฯ จะให้บริการเกี่ยวกับ ระบบความปลอดภัยสาธารณะ (Public Safety) โซลูชันดิจิทัล (Digital Solutions) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ทันสมัย เช่น IoT, AI, Cloud Computing, Big Data Analytics เป็นต้น
บริษัทฯ ได้ยกระดับความปลอดภัยในการให้บริการขึ้นไปอีกขั้น โดย ศูนย์สำรองข้อมูล Interlink Data Center ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยข้อมูลสำหรับอุตสาหกรรรมบัตรชำระเงิน PCI DSS (Payment Card Industry Data Security Standard) เวอร์ชันล่าสุด 4.0.1 ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกสำหรับการจัดเก็บ ประมวลผล และรับ-ส่งข้อมูลบัตรเครดิตและบัตรเดบิต ซึ่งมาตรฐาน PCI DSS พัฒนาโดย PCI Security Standards Council (PCI SSC) ประกอบด้วยผู้ให้บริการเครือข่ายชำระเงินระดับโลก ได้แก่ Visa, Mastercard, American Express, Discover และ JCB โดยการรับรองมีผลตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป
บริษัทฯ ยืนยันความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานบริการศูนย์สำรองข้อมูล Interlink Data Center โดยได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล ISO/IEC 27701:2019 (Privacy Information Management System) จาก บริษัท บีเอสไอ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (BSI) ยืนยันถึงความพร้อมในการให้บริการธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ด้วยมาตรฐานสากลที่มั่นคง ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ รองรับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำ โดยการรับรองมีผลตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป
บริษัทฯ นำศูนย์สำรองข้อมูล Interlink Data Center ขึ้นทะเบียนรับใบรับรองเครดิตการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (International Renewable Energy Certificate: I-REC) จากบริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด (INNOPOWER) โดย ดร.บัณฑิต รุ่งเจริญพร กรรมการผู้จัดการ ITEL เข้าร่วมรับมอบใบรับรองจาก คุณอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร INNOPOWER เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ณ สำนักงานใหญ่ บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม ถนนรัชดาภิเษก เพื่อยืนยันการใช้พลังงานหมุนเวียนจำนวน 7,000 MWh ตลอดปี 2568 สำหรับการดำเนินธุรกิจ Data Center
บริษัทฯ ตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพและความพร้อมของบริการศูนย์สำรองข้อมูล Interlink Data Center ด้วยการได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล ISO 22301:2019 (Business Continuity Management System) จาก บริษัท บีเอสไอ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (BSI) ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านการบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก
นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL พร้อมด้วย นายณัฐนัย อนันตรัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคณะกรรมการบริษัทฯ จัดงานประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 ในรูปแบบการประชุมแบบไฮบริด ณ ห้องประชุมแกรนด์สุวรรณภูมิ ชั้น 7 อาคารอินเตอร์ลิ้งค์ โดยที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 628,000,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 1.61 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 1,011,080,000 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ SEAX Asia ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในเครือ SEAX Global ผู้ให้บริการโครงข่ายและเคเบิลใต้น้ำระดับภูมิภาค
SEAX Global (“SEAX”) ผู้ให้บริการโครงข่ายสื่อสารระดับ wholesale ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศบรรลุข้อตกลงเข้าซื้อหุ้นใน บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) (“ITEL”) ผู้นำด้านบริการโครงข่ายไฟเบอร์ออปติกและดาต้าเซ็นเตอร์ของไทย การเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้เป็นการรวมศูนย์ดำเนินงานของ SEAX ในมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเพิ่ม ประเทศไทยเข้ามาล่าสุด และถือเป็นการผนวกโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงทั่วประเทศ และใบอนุญาต ประกอบกิจการโทรคมนาคมของ ITEL เข้ากับระบบเคเบิลใต้น้ำและเคเบิลภาคพื้นดินของ SEAX ซึ่งการใช้ ประโยชน์จากศักยภาพในการดำเนินงานภาคพื้นของ ITEL ควบคู่ไปกับการเข้าถึงโครงข่ายข้ามพรมแดน ของ SEAX จะทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่รวดเร็วขึ้นในการติดตั้ง มีความยืดหยุ่นสูงและการเชื่อมต่อสู่ระดับ ภูมิภาคเป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น
บริษัทฯ เข้าซื้อกิจการบริษัท โกลบอล ลิโธทริปซี่ย์ เซอร์วิสเซส (GLS) มูลค่า 39.78 ล้านบาท เพื่อขยายสู่ธุรกิจ Health Technology ตามกลยุทธ์ New S-Curve โดย GLS มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น CT Scan, MRI Scan และ ESWL การเข้าซื้อครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสร้างโอกาสเติบโตให้กับ ITEL ในอนาคต
บริษัทฯ เข้าซื้อกิจการบริษัท โกลบอล ลิโธทริปซี่ย์ เซอร์วิสเซส (GLS) มูลค่า 39.78 ล้านบาท เพื่อขยายสู่ธุรกิจ Health Technology ตามกลยุทธ์ New S-Curve โดย GLS มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น CT Scan, MRI Scan และ ESWL การเข้าซื้อครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสร้างโอกาสเติบโตให้กับ ITEL ในอนาคต
บริษัทฯ ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2567 ให้ดำเนินการนำบริษัท บลู โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BLUE ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ ITEL ถือหุ้น 51% เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 60 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท คิดเป็น 25.64% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดหลังการเสนอขาย
บริษัทฯ ได้อนุมัติการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนของ BLUE จำนวน 60,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 10% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป เพื่อให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ สามารถจองซื้อได้ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Pre-emptive Right)
บริษัทฯ ได้ร่วมลงนามในโครงการ AseanConnect.One เพื่อเสริมศักยภาพการให้บริการแก่บริษัทโทรคมนาคมและผู้ให้บริการคอนเทนต์ผ่านอินเทอร์เน็ต (OTT) ในภูมิภาคอาเซียน โดยการเชื่อมต่อบริการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลหลักในภูมิภาคอย่างไร้รอยต่อ ซึ่งโครงการ AseanConnect.One เป็นความร่วมมือระหว่าง 7 บริษัทโทรคมนาคมและศูนย์ข้อมูลชั้นนำในอาเซียน ได้แก่ บริษัท เอพีที แซทเทิลไลท์ จำกัด (ฮ่องกง) APT Satellite (Hongkong), บริษัท เอฟพีที อินเตอร์เนชั่นแนล เทเลคอม จำกัด (เวียดนาม) FPT International Telecom (Vitenam), บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) (ไทย) Interlink Telecom Public Company Limited (Thailand), บริษัท นีโอคอม ไอเอสพี จำกัด (กัมพูชา) Neocom ISP (Cambodia), บริษัท เอ็นทีซี เอเชีย จำกัด (ฮ่องกง) NTC Asia (Hongkong), บริษัท ซีแอ็ค โกลบอล พีทีอี จำกัด (มาเลเซียและสิงคโปร์) SEAX Global (Malaysia/Singapore), บริษัท เทเลคอมมูนิคาซิ อินโดนิเซีย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (อินโดนีเซีย) Telin (Indonesia) โดยความร่วมมือนี้มุ่งเน้นการให้บริการสื่อสารความเร็วสูงแบบครบวงจรที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยขั้นตอนการดำเนินงานที่เป็นเอกภาพและบริการที่ไร้รอยต่อ ช่วยลดระยะเวลาในการติดตั้งและซ่อมบำรุง เพื่อให้ลูกค้าทั้งบริษัทโทรคมนาคม และผู้ให้บริการ OTT ในอาเซียนสามารถเข้าถึงบริการAseanConnect.One ได้อย่างรวดเร็วและทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจนอกจากนี้ ITEL ยังได้เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงรับรองสมาชิก AseanConnect.One ที่กรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างสมาชิก มุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
บริษัทฯ ได้รับสัญลักษณ์ 3 ดาวจากโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) ประจำปี 2567 และได้รับการต่ออายุการเป็นสมาชิกฯ ติดต่อกันเป็น ครั้งที่ 2 โดยการรับรองดังกล่าวจะมีอายุ 3 ปี แสดงถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล ซื่อสัตย์ โปร่งใส และต่อต้านการทุจริตในทุกรูปแบบ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
บริษัทฯ ได้รับงานสำคัญหลายโครงการในไตรมาส 4 มูลค่ารวมกว่า 390 ล้านบาท อาทิ งานขยายจุดให้บริการ WIFI ให้กับศูนย์ USO NET และ USO Wrap มูลค่า 100 ล้านบาท และงานติดตั้งโครงข่ายใยแก้วนำแสงระยะทาง 700 กิโลเมตรของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มูลค่า 56 ล้านบาท
บริษัทฯ ได้ขายหุ้นสัดส่วน 33.33% ใน ETIX ITEL Bangkok ให้กับพันธมิตรจากฝรั่งเศส เพื่อเพิ่มความคล่องตัวทางการเงินและมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจหลัก รวมถึงเตรียมความพร้อมในการรองรับการเข้ามาของ Hyper Scaler และการเป็น Cloud Implementator
บริษัทฯ จับมือลงนามความร่วมมือกับ Edge Centres พันธมิตรดาต้า เซ็นเตอร์ ระดับโลกจากประเทศออสเตรเลีย เปิดตัวศูนย์สำรองข้อมูล หรือ Data Center อย่างเป็นทางการแห่งแรกในประเทศไทย ที่ จ.เชียงใหม่ ในชื่อ “EC61” ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย 5G ตอบโจทย์ความต้องการในทุกธุรกิจ
นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการ บริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL พร้อมด้วย ดร.ณัฐนัย อนันตรัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคณะกรรมการบริษัทฯ จัดงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2566 ในรูปแบบการประชุมแบบไฮบริด (Physical Meeting และ Electronic Meeting) ณ ห้องประชุมแกรนด์สุวรรณภูมิชั้น 7 อาคารอินเตอร์ลิ้งค์ ถนนรัชดาภิเษก โดยผู้ถือหุ้นไฟเขียวอนุมัติการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.0635 บาท กำหนดขึ้น XD วันที่ 10 พฤษภาคม 2566 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 26 พฤษภาคม 2566
บริษัทฯ ได้รับงานใหม่จาก กองบริหารเครือข่ายสื่อสาร การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นงานจ้างเหมาตรวจซ่อมและบำรุงรักษาโครงข่ายสายเคเบิลใยแก้วนำแสง แบบเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง รวม 12 เขต ปี 2566- 2569 (ระยะเวลา 3 ปี) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (E-Bidding) มูลค่า 124,581,999.29 บาท (หนึ่งร้อยยี่สิบสี่ล้านห้าแสนแปดหมื่นหนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าบาทยี่สิบเก้าสตางค์) ซึ่งเป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว โดยงานจ้างเหมาตรวจซ่อมและบำรุงรักษาโครงข่ายสายเคเบิลใยแก้วนำแสง แบบเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมงรวม 12 เขต ปี 2566-2569 กลุ่มงานที่ 1 (ภาคเหนือ) แบ่งการจ้างออกเป็น 4 กลุ่มงาน (4 สัญญา) กำหนดส่งมอบภายใน 1,096 วัน นับจากวันลงนามในสัญญาจ้าง หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟภ. ให้เริ่มทำงาน ประกอบด้วย 1. งานตรวจซ่อม Corrective Maintenance โครงข่ายสายเคเบิลใยแก้วนำแสงแบบเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง จำนวน 11,313.59 กิโลเมตร มูลค่า 88,178,120.46 บาท และ 2. งานบำรุงรักษา Preventive Maintenance โครงข่ายสายเคเบิลใยแก้วนำแสง จำนวน 11,313.59 กิโลเมตร มูลค่า 28,253,654.58 บาท
บริษัทฯ ได้รับคัดเลือกทำงานโครงการใหญ่ ในสัญญาซื้อขายระบบเคเบิลใยแก้วนำแสงและอุปกรณ์ประกอบระบบ พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมติดตั้ง ตามโครงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมทหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวน 1 งาน เป็นราคาทั้งสิ้น 39,500,000 บาท (สามสิบเก้าล้านห้าแสนบาทถ้วน) ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนค่าติดตั้ง, ค่าฝึกอบรม, ค่าภาษีอากรอื่นๆ ค่าตรวจทดลองหรือทดสอบและค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้ว ทั้งนี้ งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566
บริษัทฯ ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกของโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต หรือ CAC (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption) โดยบริษัทฯ ได้รับการต่ออายุการเป็นสมาชิกฯ ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 โดยการรับรองดังกล่าวจะมีอายุ 3 ปี การได้รับการรับรองดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงหลักบรรษัทภิบาล ซื่อสัตย์ โปร่งใส และต่อต้านการทุจริตในทุกรูปแบบ รวมถึงข้อกำหนดในการดำเนินการที่เหมาะสม เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน และสร้างการเติบโต ต่อเนื่อง และยั่งยืน ดังปณิธานการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
บริษัทฯ ได้เข้าทำสัญญาโครงการพัฒนาทักษะความรู้ด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศสู่สังคมดิจิทัล ในภารกิจบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม กลุ่มที่ 5 (ภาคใต้) จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (E-Bidding) มูลค่าทั้งสิ้น 297,208,550.00 บาท (สองร้อยเก้าสิบเจ็ดล้านสองแสนแปดพันห้าร้อยห้าสิบบาทถ้วน) ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว โดยสัญญาเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2566 ถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2568
บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าให้เข้าดำเนินงานติดตั้งโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) โดยเป็นงานติดตั้งโซลาร์เซลล์ สําหรับสถานีฐาน และเสาโทรคมนาคมในพื้นที่ กรุงเทพและปริมณฑล, ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมกว่า 4,224 Site รวมมูลค่างานทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 334 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยมีระยะเวลาดําเนินการโครงการ 240 วัน
บริษัทฯ เข้าซื้อกิจการบริษัท โกลบอล ลิโธทริปซี่ย์ เซอร์วิสเซส จำกัด หรือ Global Lithotripsy Services Company Limited ผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายและให้บริการอุปกรณ์ทางการแพทย์มีทุนจดทะเบียน 2,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 20,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท โดยเป็นการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ GLS จากผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งรวมถึงทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ (ไม่เข้าข่ายเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน) ในราคารวมทั้งสิ้น 39,777,925.65 บาทคิดเป็นเงินประมาณ 1,989 บาทต่อหุ้น
บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ โดยเป็นโครงการงาน “2022 OSP Frame Contract” ในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อสนับสนุนการขยายโครงข่าย Fiber Optic มูลค่างาน 106,079,155.21 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) มีระยะเวลาดำเนินงานโครงการ 1 ปี
บริษัทฯ ได้บรรลุข้อตกลงกับ Etix Everywhere พันธมิตร ดาต้า เซ็นเตอร์ระดับโลกจากออสเตรเลีย เพื่อซื้อหุ้นจากบริษัทแอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ที่ถือหุ้นใน เจเนซิส ดาต้า เซ็นเตอร์ คิดเป็นร้อยละ 67 เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565 โดยได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ETIX Bangkok #1” และตั้งเป้าที่จะขยายดาต้า เซ็นเตอร์แห่งนี้เพื่อรองรับลูกค้าในอนาคตได้สูงถึง 2.4 เมกะวัตต์
ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2565 ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-EGM) เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2565 มีมติอนุมัติการซื้อ และรับโอนกิจการทั้งหมดระหว่าง ITEL และบริษัท เวทเธอเรีย อี จำกัด โดยจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน30,600,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ให้แก่ เวทเธอเรีย อี และ/หรือ ผู้ถือหุ้นของเวทเธอเรีย อี ซึ่งเป็นบุคคลในวงจำกัด(Private Placement) เพื่อเป็นค่าตอบแทนสำหรับธุรกรรมการรับโอนกิจการทั้งหมด รวมถึงหุ้นสามัญจำนวน 612,000 หุ้น (หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียนของ Blue Solution (BS) บริษัทย่อยที่ถือหุ้นโดย เวทเธอเรีย อี) การเข้าลงทุนครั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ ITEL ขยายไปสู่ New S-Curve ในการประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้า และบริการด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจร สำหรับภาครัฐและเอกชน ซึ่งไม่ซ้ำซ้อนกับธุรกิจของบริษัท รวมทั้งโอกาสการเข้าร่วมเสนองานในโครงการต่าง ๆ เพิ่มเติม
บริษัทฯ ได้งาน โครงการเช่าใช้บริการวงจรสื่อสารพร้อมอุปกรณ์ สำหรับข้อมูล สำหรับโครงการ Cloud First Innovation 2020 ของบริษัท กรุงไทยคอมพิวเตอร์เซอร์วิสเซส จำกัด มูลค่าสัญญา 45,410,800 บาท (รวมภาษีแล้ว)
บริษัทฯ ได้รับประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐาน ISO/IEC20000-1:2018 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งเป็นการการันตีถึงคุณภาพระดับมาตรฐานสากลในการบริหารงานบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน การออกแบบ การส่งผ่านบริการ การส่งมอบบริการ ไปจนถึงการติดตามผลการดำเนินงาน สร้างความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพและเสถียรภาพของโครงข่าย เพื่อแสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการให้บริการ ตอบรับการปรับตัวธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล
บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่ได้งานติดตั้งโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) โดยเป็นงานติดตั้ง Solar Cell สําหรับสถานีฐานทั่วประเทศ (ยกเว้น กรุงเทพมหานคร) รวมมูลค่างานทั้งสิ้น 167,936,500.00 บาท (รวมภาษีแล้ว) โดยมีระยะเวลาดําเนินการโครงการ 180 วัน
บริษัทฯ คว้างานติดตั้งโครงข่ายให้กับผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของประเทศไทย โครงการ “FTTX” ในพื้นที่ภาคใต้ มูลค่าโครงการรวม 167.33 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการติดตั้ง 165 วัน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและจุดแข็งในพื้นที่ที่สามารถรับงานและเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงานในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง
บริษัท เคทีบีเอสที รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เคทีบีเอสที มิกซ์ (KTBSTMR) มีมติอนุมติจากการประชุมสามัญวิสามัญผู้ถือหุ้น (E-EGM) ครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติการกู้ยืมเงินเพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องซึ่งใช้ในการดำเนินกิจการเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ในวงเงิน 750 ล้านบาท เพื่อเข้าลงทุนในกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์โครงการศูนย์รับฝากข้อมูล “INTERLINK DATA CENTER” ของบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน)
ทริสเรทติ้ง ประกาศจัดอันดับที่ระดับ “BBB” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” (Stable) แก่ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์เทเลคอม จำกัด (มหาชน) โดยการจัดอันดับนี้รวมเครดิตแบบสแตนด์อโลนไว้ด้วย Profile (SACP) ของ “bbb” และสถานะเป็นบริษัทย่อยของ บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น (ILINK)ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ตามการจัดอันดับกลุ่ม สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบริษัทฯ ในการเป็นผู้ให้บริการสื่อสารธุรกิจด้านโทรคมนาคม
บริษัทฯ ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 4 (ITEL-W4) วันที่ 20 กรกฎาคม 2565 อายุ 2 ปี อัตราการใช้สิทธิ 1:1 (ราคาใช้สิทธิ 11.50 บาท)
บริษัท บลู โซลูชั่น จำกัด (BS) โดย บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์เทเลคอม หรือ ITEL ถือหุ้นอยู่ 51% ได้รับความไว้วางใจจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) เป็นงานซื้อพร้อมติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายสายสัญญาณ และอุปกรณ์ประกอบ Access Network System โรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี โรงไฟฟ้ากระบี่ โรงไฟฟ้าจะนะเขื่อนบางลาง ศูนย์การเรียนรู้จะนะ และสำนักงาน กฟผ. มูลค่างาน 166 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และงานโซนภาคกลาง เป็นงานซื้อพร้อมติดตั้งติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายสายสัญญาณและอุปกรณ์ประกอบ Access Network System โรงไฟฟ้าบางปะกง เขื่อนวชิราลงกรณ์ เขื่อนศรีนครินทร์ และสำนักงานกฟผ. มูลค่างาน 151 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และ BS จะให้การรับประกัน 1 ปีและจะให้บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขต่อเนื่องอีก 5 ปี
บริษัทฯ ได้งานประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบการจัดการงบประมาณอิเล็กทรอนิกส์ (New e-Budgeting) แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 ระบบ คิดเป็นมูลค่างานรวม 636.50 ล้านบาท โดยระบบการจัดการงบประมาณอิเล็กทรอนิกส์ (New e-Budgeting) ที่บริษัทจะร่วมพัฒนาขึ้นนั้นจะช่วยยกระดับงานด้านงบประมาณของประเทศ จาก Traditional เป็น Paperless มากขึ้น สามารถอัปเดตข้อมูล และเรียกดูข้อมูลแบบ Real Time ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลทั้งภายในและภายนอกหน่วยงานได้รวดเร็วขึ้น
ผ่านการรับรอง “การเป็นสมาชิกของแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย” โดยมีอายุ 3 ปี นับจากวันที่มีมติให้การรับรอง วันที่ 31 ธันวาคม 2565 - 30 ธันวาคม 2568 จากโครงการการสร้างแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Collective Action Coalition Against Corruption หรือ CAC) บริษัทฯ พร้อมประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบการบริหารจัดการของการมีจริยธรรมที่ดีมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะกระบวนการที่เกี่ยวข้องหรือสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตภายในบริษัทฯ รวมถึงการคอร์รัปชันทุกรูปแบบ สร้างจิตสำนึกให้ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ มีส่วนร่วมในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันซึ่งถือเป็นหนึ่งในหัวใจหลักการดำเนินธุรกิจ
บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์ New S-Curve ด้าน Big Data และ Security อาทิ Drone & Anti-drone, Social Data & Social Analytic, Security Analytics, Tele of Everything เพื่อสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกภาคส่วน พร้อมผลักดันให้ธุรกิจของบริษัทฯเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต
บริษัทฯเข้าลงนามในสัญญากับกรมการสื่อสารทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ตามโครงการจัดหาชุดวิทยุไมโครเวฟ แบบ IP พร้อมอุปกรณ์ประกอบระบบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 มูลค่างานทั้งสิ้น 78,831,425.00 บาท (เจ็ดสิบแปดล้านแปดแสนสามหมื่นหนึ่งพันสี่ร้อยยี่สิบห้าบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2564 ในวันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 ได้มีมติอนุมัติการแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของบริษัท และการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 3. ของบริษัทฯ จากเดิม 40 ข้อ เป็น 64 ข้อ เพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจในอนาคตของบริษัทฯ
บริษัทฯ ได้ชนะการประกวดราคาเช่าศูนย์ข้อมูลหลัก และศูนย์ข้อมูลสำรองพร้อมติดตั้งอุปกรณ์แบบ Co- Location เป็นระยะเวลา 3 ปี ของบริษัท บริหารสินทรัพย์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จำกัด ตามเอกสารประกวดราคาเช่าด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ ฝนจ.จจ.b 02/2564 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 โดยเสนอราคาต่ำสุด เป็นเงินทั้งสิ้น 7,499,880.00 บาท (เจ็ดล้านสี่แสนเก้าหมื่นเก้าพันแปดร้อยแปดสิบบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวง มีกำหนดติดตั้งแล้วเสร็จพร้อมให้บริการภายใน 120 วันนับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยมีระยะเวลาการให้บริการทั้งสิ้น 3 ปี
บริษัทฯได้รับประกาศจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามโครงการจัดหารถยนต์ปฏิบัติการพร้อมติดตั้งระบบตรวจจับอากาศยานไร้คนขับ แบบ 1 เซ็นเซอร์ และอุปกรณ์รบกวนสัญญาณควบคุมอากาศยานไร้คนขับ พร้อมอุปกรณ์รบกวนสัญญาณไร้คนขับแบบพกพา (Drone Gun) จำนวน 11 คัน มูลค่างานทั้งสิ้น 552,722,500.00 บาท (ห้าร้อยห้าสิบสองล้านเจ็ดแสนสองหมื่นสองพันห้าร้อยบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งปวง
บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) ได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ภายหลังบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รายงานการทำรายการจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัทต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ว่าได้จำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัทให้กับบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) จำนวน 50,000,000 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 4.85 ของทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้วของบริษัท โดยการซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
บริษัทฯ ได้รับงานโครงการจ้างเหมา ออกแบบ จัดหา พร้อมติดตั้งเคเบิลใยแก้วนำแสง ระยะทาง 1,400 กิโลเมตร ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ตามเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ PEA-CDD-04/2021 มูลค่างานทั้งสิ้น 99,938,000.00 บาท (เก้าสิบเก้าล้านเก้าแสนสามหมื่นแปดพันบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งปวง ระยะเวลาดำเนินการ 365 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
ตลาดหลักทรัพย์ได้อนุมัติการย้ายหลักทรัพย์ของ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี หมวดธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยย้ายจากตลาดเดิม คือ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) กลุ่มอุตสาหกรรม : เทคโนโลยี มีผลตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป
บริษัทฯ ได้รับงานจากการประปาส่วนภูมิภาคจำนวนทั้งสิ้น 2 โครงการ มูลค่ารวม 45,527,000.00 บาท (สี่สิบห้าล้านห้าแสนสองหมื่นเจ็ดพันบาทถ้วน) โดย ประกอบด้วย
บริษัทฯ ได้รับการต่ออายุใบรับรองมาตรฐานระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสำหรับสารสนเทศ (ISO/IEC 27001:2013)
บริษัทฯ ชนะการประมูลประกวดราคาบริการระบบเครือข่ายเสมือนและระบบแจ้งเตือนข้อความสั้น (SMS) เพื่อรองรับระบบสารสนเทศสำหรับผู้ใช้น้ำ มูลค่าโครงการรวม 17,120,000.00 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยมีการประปาส่วนภูมิภาคเป็นเจ้าของโครงการ
บริษัทฯ ได้เข้าลงนามในสัญญางานจ้างเหมาตรวจซ่อม และบำรุงรักษาโครงข่ายสายเคเบิลใยแก้วนำแสง แบบเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง รวม 12 เขต ระยะที่ 4 กลุ่มงานที่ 1 ภาคเหนือ (กฟน.1, กฟน.2, กฟน.3) ระยะทาง 9,929.44 กิโลเมตร ตามเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-biding) เลขที่ กฟภ.กบข. (ก)-002-2562 กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มูลค่าโครงการรวม 96,187,650.00 บาท (เก้าสิบหกล้านหนึ่งแสนแปดหมื่นเจ็ดพันหกร้อยห้าสิบบาทถ้วน) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระยะเวลาให้บริการ 1,095 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา หรือวันที่ผู้รับจ้างได้รับหนังสือแจ้งจากผู้ว่าจ้างให้เริ่มทำงานได้
บริษัทฯ ได้งานโครงการจัดหาบริการคู่สายวงจรเช่า (Link) สำหรับธนาคารกรุงไทย-Primary Link โดยบริษัท กรุงไทยคอมพิวเตอร์เซอร์วิสเซส จำกัด สัญญาโครงการดังกล่าว ครอบคลุมสาขาของธนาคารกรุงไทยทั้งสิ้น 1,559 สาขาทั่วประเทศ โดยมีมูลค่าโครงการ 165,000,000.00 บาท (หนึ่งร้อยหกสิบห้าล้านบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
บริษัทฯ ได้รับคัดเลือกทำงานโครงการใหญ่ จำนวน 2 โครงการจากกรมการสื่อสารทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยและได้เข้าลงนามในสัญญา เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2563 รวมมูลค่า 135,584,460 ล้านบาทโดยแบ่งเป็น 1. ลงนามในสัญญางาน ซื้อพร้อมติดตั้งชุดวิทยุไมโครเวฟ แบบ IP พร้อมอุปกรณ์ประกอบระบบ ตามโครงการจัดหาชุดวิทยุไมโครเวฟ แบบ IP พร้อมอุปกรณ์ประกอบระบบ มูลค่าโครงการรวม 85,897,460.00 ล้านบาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และ 2.ลงนามในสัญญางาน ซื้อชุดวิทยุไมโครเวฟ (ส่วนต่อขยาย) พร้อมติดตั้ง มูลค่า 49,687,000.000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
บริษัทฯ ได้รับบันทึกข้อตกลงเพื่อต่ออายุสัญญาให้บริการพื้นที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ (Data Center Co-Location Service) กับสถาบันการเงินขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ที่ศูนย์ข้อมูลดาต้า เซ็นเตอร์ แห่งที่ 1 (Interlink Data Center) โดยมีการขยายสัญญาบริการอีก 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 ถึง วันที่ 31 สิงหาคม 2568 รวมมูลค่าสัญญา 202,230,000.00 บาท (สองร้อยสองล้านสองแสนสามหมื่นบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
บริษัทฯ ได้รับงานจ้างเหมาออกแบบ และติดตั้งเคเบิลใยแก้วนำแสง ระยะทาง 3,600 กิโลเมตร ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตามเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-biding) เลขที่ PEA-CDD-11/2020 มูลค่า 249,705,900 บาท (สองร้อยสี่สิบเก้าล้านเจ็ดแสนห้าพันเก้าร้อยบาทถ้วน ) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระยะเวลาดำเนินการ 365 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
บริษัทฯ รับรางวัล นักลงทุนสัมพันธ์ดีเด่น (Outstanding Investor Relations Awards) เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ในงานประกาศผลรางวัล SET Awards 2020 จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับวารสารการเงินการธนาคาร รางวัลดังกล่าวเป็นรางวัลที่มอบให้แก่บริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นด้านการดำเนินกิจกรรมนักลงทุนสัมพันธ์ที่ให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมในการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และมีประสิทธิภาพของช่องทางการสื่อสารที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นและนักลงทุน
บริษัทฯ ยังได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน หรือ Thailand Sustainability Investment (THSI) ประจำปี 2563 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นพัฒนาการบริหารจัดการธุรกิจให้เติบโตตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบด้าน นำประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล หรือ ESG (Environmental, Social and Governance) มาใช้ในการพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สามารถนำไปสู่การสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทฯ
บริษัทฯ ได้รับการต่ออายุใบรับรองมาตรฐานระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสำหรับสารสนเทศ (ISO/IEC 27001:2013) โดยมาตรฐานดังกล่าว เป็นการรับรองว่าบริษัทฯ ได้ดำเนินงานสอดคล้องกับกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับและข้อกำหนดตามสัญญา อันเกี่ยวเนื่องกับข้อมูลสำคัญ ด้วยเหตุนี้การได้รับการรับรองตามมาตรฐาน จึงเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าบริษัทฯ ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนอย่างมีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญจากการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต
เริ่มให้บริการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ให้แก่ลูกค้ากลุ่มธุรกิจสื่อสาร เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนองค์กรของลูกค้าสู่โลกยุคดิจิทัล เป็นอีกทางเลือกในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจของลูกค้า ที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานสะอาดได้อย่างคุ้มค่าเกิดคุณประโยชน์ในเรื่องสิ่งแวดล้อม การันตีด้วยมาตรฐานการให้บริการระดับสากล สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในการพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน
ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ให้บริการถ่ายทอดสดการเลือกตั้ง 2562 ด้วยระบบ Broadcast TV โดยเชื่อมโยงสัญญาณจากจุดนับคะแนนสำคัญ ๆ เช่น ศาลากลางเมืองกรุงเทพมหานคร และศาลาว่ากลางเมืองจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้สามารถส่งข้อมูลการนับคะแนนได้อย่างเรียลไทม์
ได้รับคัดเลือกให้รับรางวัล Special Recognition ภายใต้ รางวัล “Rising Star Awards 2018 “ ซึ่งมอบให้กับบริษัทที่ได้รับพิจารณาถึงความมีศักยภาพของคณะกรรมการบริษัทฯ ที่มีการปฏิบัติงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีได้อย่าง มีประสิทธิภาพ โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ซึ่งเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาความเป็นมืออาชีพของกรรมการ และส่งเสริมให้เกิดการกำกับดูแล กิจการในประเทศไทย
ได้รับรางวัล นักลงทุนสัมพันธ์ดีเด่น (Outstanding Investor Relations Awards) เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ในงานประกาศผลรางวัล SET AWARDS 2019 โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยรางวัลนี้มอบให้แก่บริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นและให้ความสำคัญต่อการดำเนินกิจกรรมนักลงทุนสัมพันธ์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน
ได้รับรางวัล Asia’s Best Employer Brand Awards 2019 หรือ องค์กรนายจ้างดีเด่นระดับภูมิภาคเอเชีย จากสถาบัน Employer Branding Institute สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทฯ จากการมีผู้บริหารที่มีความสามารถโดดเด่นเป็นแบบอย่างในการสนับสนุนการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่ได้การยอมรับในเวทีระดับสากล โดยบริษัทฯ มุ่งมั่นสร้างสรรค์ พัฒนาบุคลากรในองค์กรอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขับเคลื่อนองค์กรที่มีความทันสมัย และสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล
ชนะการประมูลโครงการจัดซื้อพร้อมติดตั้งโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงขนาด 24 Cores ของการไฟฟ้าภูมิภาค รวมระยะทาง 3,140 กิโลเมตร ร่วมกับ บริษัท อินฟอร์เมชั่น แอนด์ คอมมิวนิเคชั้น เน็ทเวิร์คส จำกัด (มหาชน) หรือ ICN มูลค่าโครงการรวม 213 ล้านบาท
ร่วมจับมือกับบริษัท เอสไอเอสดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SIS เปิดให้บริการ SiS Cloud Services เพื่อรุกตลาดพับลิคคลาวด์ในเมืองไทย เน้นจุดแข็งด้านการ Customize ให้องค์กรสามารถปรับแต่งระบบคลาวด์ ได้ด้วย ตนเอง นำเสนอโซลูชันและบริการผ่านคู่ค้ากว่า 2,000 ราย มุ่งเจาะ 5 กลุ่มองค์กรธุรกิจ อาทิ อสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีกที่มีเครือข่ายสาขาประกันภัยหน่วยงานหรือองค์กรภาครัฐ และบริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์อิสระ
บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และกลุ่มผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม สร้างความตระหนักในด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง และส่งเสริมสนับสนุนความร่วมมือกับภาครัฐในการจัดระเบียบสายสื่อสาร เพื่อแก้ไขปัญหาสายสื่อสารด้วยการศึกษาทดลองรูปแบบการจัดระเบียบสายบนเสาไฟฟ้ากับ กฟน. ในเส้นทางถนนนาคนิวาส ถนนราชพฤกษ์ และถนนศาลาธรรมสพน์ ตลอดจนร่วมกันศึกษาสภาพปัญหา ผลกระทบ เพื่อหาข้อสรุปแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน และเหมาะสมเกี่ยวกับการจัดระเบียบสายสื่อสาร เพื่อการมีส่วนร่วมพัฒนาทัศนียภาพเมืองให้สวยงามตามนโยบายของรัฐบาล พัฒนาทัศนียภาพเมืองให้สวยงามตามนโยบายของรัฐบาล
ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านการให้บริการ ISO/IEC 20000-1: 2018 จาก BSI องค์กรระดับโลกที่ช่วยในเรื่องการปรับปรุงคุณภาพ ตามมาตรฐานในหลาย ๆ ด้านโดย ISO/IEC 20000-1:2018 เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับมาตรฐานงานบริการด้าน IT ที่จะต้องครบวงจรและสามารถตอบสนองการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดการบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบ Facility ต่าง ๆ เช่น การความปลอดภัยในการเข้า-ออกห้อง DATA CENTER, ระบบกล้อง cctv, เจ้าหน้าที่ค่อยดูแล 24 ชั่วโมง, ระบบตรวจจับอุณหภูมิและความชื้น, ระบบไฟฟ้า 2 แหล่งจ่ายฯ เป็นต้น
เริ่มให้บริการเชื่อมต่อข้อมูลความเร็วสูงสำหรับลูกค้ากลุ่มหลักทรัพย์ที่ต้องการการเชื่อมต่อแบบ “Low Latency” เพื่อให้บริการเฉพาะกลุ่มที่ใช้งานการเทรดด้วยความถี่สูง หรือ HFT (High Frequency Trading) ระหว่างศูนย์ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไปยังศูนย์รับฝากข้อมูลสำคัญที่ประเทศสิงคโปร์
ได้รับการรับรองการเป็นสมาชิกของแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) โดยคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (Collective Action Coalition Against Corruption หรือ CAC) บริษัทฯ พร้อม ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ด้วยความ มุ่งมั่นในการสร้างองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบการบริหารจัดการของการมีจริยธรรมที่ดี มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะกระบวนการที่เกี่ยวข้องหรือ สุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตภายในบริษัทฯ รวมถึงการคอร์รัปชัน ทุกรูปแบบ สร้างจิตสำนึกให้ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ มีส่วนร่วมในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหัวใจหลักการดำเนินธุรกิจ
เริ่มให้บริการเชื่อมต่อข้อมูลภาพของกล้องวงจรปิด (Surveillance as a Service) เพื่อเชื่อมกล้องวงจรปิดใน 6 พื้นที่ภายในกรุงเทพมหานครเข้าด้วยกัน
จดทะเบียนเพิ่มทุนเป็น 625 ล้านบาท เพื่อสำรองสำหรับการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ครั้งที่ 1 (ITEL-W1)
ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ครั้งที่ 1 (ITEL-W1) เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 อายุ 3 ปี เริ่มใช้สิทธิได้หลังจาก (ITEL-W1) อายุครบ 2 ปี อัตราการใช้สิทธิ 1:1 ราคาการใช้สิทธิที่ 5 บาท
เปิดให้บริการ Genesis Data Center ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) (ITEL) บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (AIT) และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) จัดตั้งขึ้นเป็นบริษัทใหม่ซึ่งมีจุดทะเบียนทั้งสิ้น 210.00 ล้านบาท และมีสัดส่วนการถือหุ้นของ บริษัทฯ 33.33% และได้ลงทุนก่อสร้างศูนย์รับฝากข้อมูลซึ่งได้การรับรองมาตรฐาน Tier 3 จาก UPTIME Institutional และมีพื้นที่ให้บริการทั้งสิ้นกว่า 1,038 Racks ซึ่งปัจจุบันให้บริการไปแล้วกว่า 30% ของพื้นที่ให้บริการทั้งหมด
ชนะการประกวดราคาโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) จำนวน 15,732 หมู่บ้าน หรือ USO 2 สัญญากลุ่มที่ 8 ภาคใต้ มูลค่า 2,460.00 ล้านบาท
ชนะการประกวดราคาโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) จำนวน 15,732 หมู่บ้าน หรือ USO 2 สัญญากลุ่มที่ 6 ภาคกลาง 1 ร่วมกับ บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) (SKY) มูลค่า 2,196.00 ล้านบาท โดยเป็นส่วนของบริษัทฯ 51% หรือคิดเป็น 1,119.96 ล้านบาท
ชนะการประกวดราคาโครงการ จ้างระบบสื่อสารรองรับงาน DMS ของการไฟฟ้านครหลวง มูลค่างานทั้งสิ้น 414.36 บาท โดยเป็นส่วนของบริษัทฯ 66.67% หรือคิดเป็น 276.40 ล้านบาท
ศูนย์สำรองข้อมูล (Data Center) แห่งที่ 2 ภายได้บริษัท เจเนซิส ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มให้บริการ
ชนะการประกวดราคาและเข้าลงนามในสัญญาโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และ บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน (Zone C+) กลุ่มที่ 4 ภาคกลาง-ใต้ และกลุ่มที่ 5 (3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 4 อำเภอ จังหวัดสงขลา) มูลค่ารวมเป็น 1,868.24 ล้านบาท
ขยายพื้นที่ให้บริการครอบคลุม 75 จังหวัดทั่วประเทศไทย และจัดตั้งศูนย์ดูแลและซ่อมบำรุงทั้งสิ้น 38 ศูนย์
เชื่อมต่อโครงข่ายเพิ่มเติมไปยังประเทศลาว ที่ชายแดนประเทศไทยเพื่อให้บริการแก่ลูกค้า
เริ่มดำเนินการให้บริการแก่ลูกค้าใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2559 ได้มีมติอนุมัติยืนยันการเพิ่มทุนและอนุมัติการเปลี่ยนแปลง การจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 200 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ดังนี้
ออกและเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 200 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 5.20 บาท ในเดือนกันยายน 2559 โดยสามารถระดมทุน ได้ทั้งสิ้น 1,040 ล้านบาท
จดทะเบียนหุ้นสามัญเพิ่มทุนและชำระแล้วต่อกระทรวงพาณิชย์ จำนวน 200 ล้านบาท (หุ้นสามัญจำนวน 200 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2559
ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2558 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ ดำเนินการดังนี้
โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 200,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยมีรายละเอียดการจัดสรรดังนี้
ได้รับงานสร้างและ/หรือปรับปรุงโครงข่ายสายสัญญาณโทรคมนาคมให้แก่ บริษัท ทรู มูฟ จำกัด มูลค่าประมาณ 180 ล้านบาท
เชื่อมต่อโครงข่ายเพิ่มเติมไปยังประเทศพม่า ที่ชายแดนประเทศไทยทั้ง 2 แห่งคือ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ขยายพื้นที่ให้บริการครอบคลุม 64 จังหวัดทั่วประเทศไทย และจัดตั้งศูนย์ดูแลและซ่อมบำรุงทั้งสิ้น 26 ศูนย์
ขยายขอบเขตการให้บริการโดยการสร้างจุดเชื่อมต่อโครงข่ายเอาไว้ตามสถานที่สำคัญ เช่น สนามกีฬาและสถานที่จัดการประชุมขนาดใหญ่ สำหรับใช้ในการถ่ายทอดสดเพื่อรองรับ “ดิจิตอลทีวี (Digital TV)” โดยเฉพาะ
เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 270 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 30 ล้านบาท เป็น 300 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 270,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อนำเงินไปใช้ในการขยายโครงข่ายของบริษัทฯ
ซื้ออาคาร Data Center และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจากบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และเริ่มดำเนินธุรกิจให้บริการพื้นที่ศูนย์ข้อมูล หรือดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center)
ได้รับการยอมรับคุณภาพของศูนย์รับฝากข้อมูลจากหน่วยงาน ISO ภายใต้ ISO27001 ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสำคัญในการประกอบธุรกิจ
ขยายพื้นที่ให้บริการครอบคลุม 58 จังหวัดทั่วประเทศไทย และจัดตั้งศูนย์ดูแลและซ่อมบำรุงทั้งสิ้น 24 ศูนย์
ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน กสทช. ในการให้บริการวงจรเช่าส่วนบุคคลระหว่างประเทศ (IPLC) และวงจรเช่าเสมือนส่วนบุคคลระหว่าง ประเทศ (International IP-VPN)
เชื่อมต่อโครงข่ายกับผู้ให้บริการโครงข่ายในต่างประเทศเพื่อที่จะสามารถให้บริการส่งข้อมูลไปยังประเทศต่างๆ เช่น ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย กัมพูชา เวียดนาม และฮ่องกง เป็นต้น
ได้รับงานติดตั้งโครงข่ายใยแก้วนำแสงสำหรับการไฟฟ้านครหลวงมูลค่าประมาณ 133 ล้านบาท
ดำเนินการสร้างโครงข่ายครอบคลุม 40 จังหวัดทั่วประเทศโดยเน้นพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ ปริมลฑลและจังหวัดที่สำคัญ
เปิดให้บริการโครงข่าย Interlink Fiber Optic โดยเน้นการให้บริการด้านคุณภาพ โดยมีบริการตั้งแต่ Interlink MPLS IP-VPN, Interlink Wavelength และ Interlink Dark Fiber โดยมุ่งเน้นลูกค้าในกลุ่มธุรกิจการเงินและธนาคาร, ธุรกิจขนาดใหญ่และลูกค้าองค์กรที่มีสำนักงานอยู่ในพื้นที่ต่างๆ
จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและซ่อมบำรุงทั่วประเทศตามจังหวัดที่มีลูกค้าใช้บริการจำนวน 18 สาขา
ได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แบบที่สาม เลขที่ 3ก/55/001 โดยใบอนุญาตมีระยะเวลาครอบคลุม 15 ปี
ได้รับอนุญาตให้มีสิทธิแห่งทางที่จะติดตั้งโครงข่ายใยแก้วนำแสงไปตลอดแนวเส้นทางรถไฟ เพื่อใช้ในการให้บริการ เป็นระยะเวลาครอบคลุม 30 ปี
เริ่มดำเนินการติดตั้งโครงข่ายใยแก้วนำแสงทั่วประเทศ โดยดำเนินการติดตั้งโครงข่ายครอบคลุม 10 จังหวัด โดยเน้นพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ใกล้เคียง
ก่อตั้งและจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด ภายใต้การถือหุ้น 100% ของบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)โดยมีทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 30 ล้านบาท